วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566

สุดเศร้า “Ken Block” นักแข่งแรลลี่ชื่อก้องโลกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวัยเพียง 55 ปี

 

 Ken Block (เคน บล็อก) นักแข่งแรลลี่ชาวอเมริกัน ผู้สร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยการโชว์ทักษะการขับแบบจิมคานา (Gymkhana) บนโลกโซเชียลนานนับสิบปี ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในระหว่างการขี่สโนว์โมบิลด้วยวัยเพียง 55 ปี

แม้ว่าหลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ Ken Block หรือชื่อเต็ม Kenneth Paul Block ในฐานะนักแข่งแรลลี่ชิงแชมป์โลก (WRC) และแรลลี่ครอสชิงแชมป์โลก (World Rallycross Championship) แต่ก็คงเคยได้รับชมฝีมือการขับขี่ในซีรี่ย์ Gymkhana ชนิดบ้าระห่ำมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้นักขับชาวอเมริกันผู้นี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีผู้ติดตามบนโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก

     ล่าสุดมีข่าวเศร้าสำหรับบรรดาแฟนๆ เคน บล็อก เมื่อเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในระหว่างการขี่สโนว์โมบิล ภายในฟาร์มปศุสัตว์ส่วนตัวที่เมือง Wasatch County รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของสำนักงานนายอำเภอ Wasatch County ระบุว่า “[บล็อก] ได้ขี่สโนว์โมบิลลงจากทางลาดชันก่อนจะเกิดการเสียหลัก เป็นเหตุให้สโนว์โมบิลพลิกทับร่างของเขาจนเสียชีวิต” ถือเป็นการปิดตำนานนักขับมืออาชีพในวัยเพียง 55 ปีเท่านั้น

ก่อนเกิดเหตุสลดเพียงไม่นาน Ken Block ได้ทวีตข้อความพร้อมรูปภาพที่เผยให้เห็นบรรยากาศภายในฟาร์มปศุสัตว์ของเขาในรัฐยูทาห์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำเอาเหล่าบรรดาผู้ติดตามนักแข่งผู้ล่วงลับรายนี้รู้สึกใจหายกันไปตามๆ กัน

     ทั้งนี้ เคน บล็อก นอกจากจะสร้างชื่อเสียงในฐานะนักขับมากประสบการณ์แล้วนั้น เขายังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง DC Shoes แบรนด์ผู้ผลิตรองเท้าและเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565

VOLT City EV 2022 ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประตู วิ่งไกล 200 กม. เคาะราคาเริ่มเพียง 325,000 บาท

 VOLT City EV 2022 ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นจิ๋วจาก “อีวี ไพรมัส” ถูกเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย มีให้เลือกทั้งรุ่น VOLT FOR-TWO แบบ 3 ประตู และรุ่น VOLT FOT-FOUR แบบ 5 ประตู พร้อมแบตเตอรี่วิ่งไกลสุด 200 กิโลเมตรต่อหนึ่งชาร์จ เคาะราคาจำหน่าย 325,000 - 385,000 บาท

     VOLT City EV ถูกนำเข้าและจัดนำหน่ายโดย “EV Primus” ตั้งเป้าจับกลุ่มผู้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก โดยในระยะแรกมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ FOR-TWO มาพร้อมตัวถังแบบ 3 ประตู รองรับได้ 2 ที่นั่ง และ FOR-FOUR ตัวถังแบบ 5 ประตู รองรับได้ 4 ที่นั่ง

Volt City EV FOR-TWO

     VOLT FOR-TWO ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 40 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 90 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนฟอสเฟต ความจุ 11.8 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 165 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (หรือ 115 กิโลเมตรเมื่อใช้โหมด Sport)

     VOLT FOR-FOUR เพิ่มพละกำลังสูงสุดขึ้นเป็น 46 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 102 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนฟอสเฟตเช่นเดียวกัน แต่เพิ่มขนาดความจุขึ้นเป็น 16.5 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (หรือ 135 กิโลเมตรเมื่อใช้โหมด Sport)

     ทั้งนี้ VOLT City EV ทั้ง 2 รุ่นรองรับเฉพาะการชาร์จแบบ Normal Charge ด้วยกระแสไฟแบบ AC เท่านั้น และสามารถชาร์จชาร์จด้วยปลั๊กไฟบ้านโดยไม่ต้องอาศัยการติดตั้ง Wallbox แต่อย่างใด

     สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง VOLT City EV ล็อตแรกจำนวน 1,000 คัน ผ่านช่องทางออนไลน์ (ตั้งแต่เวลา 14.59 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป) จะได้รับสิทธิ์ Premium Deal รวมทั้งสิ้น 8 รายการ มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ประกอบด้วย

  1. ฟรีประกันภัยชั้น 1
  2. Extended Warranty ของแบตเตอรี่เป็น 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
  3. ค่าบำรุงรักษา 2 ปี ที่โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ
  4. บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและบริการชาร์จแบตเตอรี่ฉุกเฉินนอกสถานที่ 2 ปี
  5. หน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว แบบ Double Screen
  6. พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
  7. ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
  8. บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถไฟฟ้า (มูลค่า 5,000 บาท)

อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ของ VOLT City EV ทั้ง 2 รุ่น ยังประกอบไปด้วย กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว, กุญแจรีโมท, กล้องมองภาพขณะถอยพร้อมเซ็นเซอร์หลัง, หน้าจอสัมผัส Multi Function รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay / Android Auto, ระบบเกียร์แบบปุ่มกด, กุญแจรีโมท, ระบบเซ็นทรัลล็อก, พวงมาลัยพาวเวอร์, ระบบช่วยผ่อนแรงขณะเหยียบเบรก (Vacuum booster), เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ (รุ่น FOR-TWO เป็นเบาะผ้า) และล้อขนาด 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อดีไซน์ Plum Blossom

     ด้านระบบความปลอดภัยของ VOLT City EV ทั้ง 2 รุ่น ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับขี่, ระบบเตือนการชนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ, ระบบเบรก ABS, ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก EBD, ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ TPMS และเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทุกที่นั่ง

  ทั้งนี้ VOLT City EV เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง 3 บริษัทชั้นนำของจีน ได้แก่ Dongfeng Motor ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของจีน, Zhengzhou Nissan โรงงานผลิตรถยนต์ PPV และกระบะของนิสสันในประเทศจีน และ Beijing Hongrui Automotive Technolofy ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน

     ตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สี Cream Coke, สี Peach Pink, สี Gentle Green, สี Wisdom White, สี Ruby Red และสี Spark Silver

     ราคาจำหน่าย VOLT FOR-TWO อยู่ที่ 325,000 บาท และ VOLT FOR-FOUR อยู่ที่ 385,000 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เปิดตัวจักรยานไฟฟ้า MS01 MUJI x Honda สไตล์มินิมอล น่ารักโดนใจวัยรุ่น

 


MUJI แบรนด์ไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์ภายในบ้านชื่อดังจากญี่ปุ่น ร่วมมือกับ Honda เปิดตัวจักรยานไฟฟ้า MS01 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์แบบมินิมอล สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 25 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ที่ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 65 กิโลเมตร

Honda MS01 ถูกระบุว่าได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากจักรยาน H-type ของ MUJI โดยเน้นดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่สอดคล้องกับสรีรศาสตร์ สามารถรองรับได้ 1 ที่นั่ง มาพร้อมฟีเจอร์ล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลแบบ LCD, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED, กุญแจรีโมทแบบ Keyless, แฮนด์บาร์ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบา และล้อขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว

     Honda MS01 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 400 วัตต์ (เทียบกับเครื่องดูดฝุ่นตามบ้านทั่วไปก็มีกำลังเกิน 1,000 วัตต์แทบทั้งนั้น) ทำงานคู่กับแบตเตอรี่ที่ให้แรงดัน 48 โวลต์ สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 25 กม./ชม. และทำระยะทางขับขี่ไกลสุด 65 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง โดยผู้ผลิตระบุว่าการชาร์จเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็ครอบคลุมเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไปแล้ว

แม้ว่าทั้ง MUJI และ Honda จะเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น แต่ Honda MS01 กลับถูกนำไปวางจำหน่ายที่ประเทศจีนด้วยจำนวนจำกัดเพียง 5,000 คันเท่านั้น สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,980 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยตกประมาณ 27,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่น่าจับจองเป็นเจ้าของไม่น้อยทีเดียว

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

1 สิงหาคม Nissan ALMERA 2022 เตรียมปรับราคาขึ้นรุ่นละ 6,000 บาท

 


Nissan ALMERA 2022


Nissan ALMERA 1.0 Turbo รุ่นปี 2022 ใหม่ 

เตรียมปรับราคาจำหน่ายขึ้นอีก 6,000 บาททุกรุ่นย่อย อันเป็นผลจากราคาวัตถุดิบทั่วโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ที่จะถึงนี้

นิสสันอัลเมร่า ประเทศไทย ระบุว่าการปรับราคาจำหน่ายของ Nissan ALMERA ดังกล่าว เป็นผลมาจากสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาจำหน่ายขึ้นในทุกรุ่นย่อย รุ่นละ 6,000 บาท ส่งผลให้มีราคาจำหน่ายใหม่ ดังนี้

  • รุ่น E ราคา 515,000 บาท (ราคาเดิม 509,000 บาท)
  • รุ่น EL ราคา 565,000 บาท (ราคาเดิม 559,000 บาท)
  • รุ่น V ราคา 625,000 บาท (ราคาเดิม 619,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 655,000 บาท (ราคาเดิม 649,000 บาท)
  • รุ่น VL SPORTECH ราคา 675,000 บาท (ราคาเดิม 669,000 บาท)


Nissan ALMERA

ทั้งนี้ Nissan ALMERA เพิ่งมีการเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2022 ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยสีเงิน, กันชนหลังดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยสีเงิน, หลังคาสีดำเงาตัดกับสีตัวถัง, กระจกมองข้างไฟฟ้าปรับพับอัตโนมัติตกแต่งด้วยสีดำเงาพร้อมไฟเลี้ยว LED, สปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ตตกแต่งด้วยสีดำเงา และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 15 นิ้ว

     ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนังพรีเมียม Quole Modure ช่วยลดการสะสมความร้อน (เฉพาะรุ่น VL ขึ้นไป) พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะ TFT ขนาด 7 นิ้ว และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น VL ขึ้นไป) และกระจกมองหลังแบบไร้กรอบช่วยเพิ่มทัศนวิสัย

Nissan ALMERA 2022 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบเทอร์โบ ความจุ 1.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 - 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร ตามที่ปรากฏบน ECO Sticker

     ตัวถังภายนอกของ Nissan Almera 2022 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 9 สี (ทูโทน 2 สี และโมโนโทน 7 สี) ได้แก่

  • สีขาวหลังคาดำ Storm White w. Black Roof (เฉพาะ VL, VL Sportech)
  • สีเทาหลังคาดำ Gun Metallic w. Black Roof (เฉพาะ VL, VL Sportech)
  • สีขาว Storm White
  • สีแดง Radiant Red (ยกเว้นรุ่น E)
  • สีส้ม Monarch Orange (ยกเว้นรุ่น E)
  • สีดำ Black Star
  • สีเทา Gun Metallic (ยกเว้นรุ่น E)
  • สีเงิน Brilliant Silver (ยกเว้นรุ่น VL Sportech)
  • สีน้ำเงิน Night Blue (เฉพาะรุ่น VL)

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

รถออดี้ Audi RS3 Sportback 2022 เปิดตัวในไทยที่ราคา 5,399,000 บาท

 

Audi RS3 Sportback 2022 ใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย พ่วงขุมพลัง 5 สูบเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 400 แรงม้า เคาะราคาจำหน่าย 5,399,000 บาท
บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Audi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เสริมทางเลือกในตระกูล RS ด้วย Audi RS3 Sportback ใหม่ ที่ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว ชูจุดเด่นด้วยเรือนร่างแบบคอมแพ็กขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ให้สมรรถนะเทียบชั้นซูเปอร์คาร์ รองรับการขับขี่บนถนนจริงและสนามแข่ง ส่งผลให้ปัจจุบัน Audi มีรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล RS ทั้งสิ้นถึง 9 รุ่นวางจำหน่ายในประเทศไทย

     Audi RS3 Sportback ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบแถวเรียงเทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า ที่ 5,600 - 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 2,250 - 5,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เป็นมาตรฐาน สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.8 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ 250 กม./ชม.


Audi RS3 Sportback มาพร้อมช่วงล่างแบบ RS Sports ที่ถูกปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเพิ่มขึ้นจาก A3 รุ่นปกติ เสริมด้วยระบบ modular Vehicle Dynamics Controller (mVDC) ที่นำเอาข้อมูลจาก Torque splitter adaptive dampers และ Wheel selective torque control รวมเข้าไว้ด้วยกันเพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวในขณะเข้าโค้ง

     นอกจากนี้ Audi RS3 Sportback ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยยังถูกติดตั้งระบบท่อไอเสีย RS Sports Exhaust ที่สามารถสร้างเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ดังกระหึ่มเร้าใจ พร้อมวาล์วเปิด-ปิดที่ช่วยให้เสียงท่เงียบลงในเขตชุมชุน หรือเปิดให้ดังขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ รวมถึงระบบเบรกแบบ 6-pot และจานเบรกแบบเจาะรูระบายอากาศ เสริมด้วยระบบควบคุมอากาศที่ช่วยให้เบรกเย็นลงเร็วขึ้นกว่าเดิม 20% เพื่อลดความร้อนของระบบเบรกลง


ติดตาม ข่าวและข้อมูลรถ Audi

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ความแตกต่างระหว่าง “พ.ร.บ.” กับ “ป้ายภาษีรถยนต์”

 



พ.ร.บ. คืออะไร?

     พ.ร.บ. หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทุกคันจะต้องจัดทำและมีไว้เป็นหลักประกัน เพื่อให้ผู้ที่ประสบภัยจากรถจะได้รับสิทธิความคุ้มครองจากวงเงินรักษาพยาบาล รวมถึงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่, ผู้โดยสาร และผู้เดินเท้า ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ
  • จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 30,000 บาท โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด
  • จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ฝ่ายถูกสูงสุด 80,000 บาท
  • การชำระภาษีรถประจำปีจำเป็นต้องมี พ.ร.บ. ทุกครั้ง โดยจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน นับจากวันที่ชำระภาษี

ป้ายภาษีรถยนต์ คืออะไร?

     ป้ายภาษีรถยนต์ หรือ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี แสดงให้เห็นว่ารถคันนี้ได้จดทะเบียนตามกฎหมายอย่างถูกต้องกับกรมการขนส่งทางบก และชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการต่อภาษีประจำปี ไว้ดังนี้

  • การใช้รถโดยไม่ต่อภาษี มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
  • การไม่แสดงป้ายภาษี มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
  • หากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียนทันที หากนำรถไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องนำรถมาตรวจสภาพและยื่นขอจดทะเบียนใหม่ พร้อมชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่ค้างอีกด้วย

การชำระภาษีรถยนต์ประจำปีผ่านออนไลน์ ทำอย่างไร?

     1.ตรวจสอบวันครบอายุภาษีรถประจำปี ได้จากคู่มือรถ, เครื่องหมายการเสียภาษี หรือเว็บไซต์ชำระภาษีรถออนไลน์ https://eservice.dlt.go.th/ (เมนู “สอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี”)

     โดยรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี และรถที่ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี จำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) เสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการชำระภาษีได้ ส่วนรถที่ติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติ จะต้องมีใบรับรองวิศวะรถใช้ก๊าซ LPG/NGV ตามระยะเวลาที่กำหนด

     2.เตรียมเอกสาร ได้แก่ คู่มือรถฉบับจริง (กรณีรถติดไฟแนนซ์สามารถใช้สำเนาได้) และหลักฐานความคุ้มครอง พ.ร.บ.

     3.ชำระภาษีประจำปี ผ่านช่องทางดังนี้ (ชำระล่วงหน้าได้ 90 วัน ก่อนวันครบภาษี)

  • สำนักงานขนส่งใกล้บ้าน
  • เลื่อนล้อ ต่อภาษี (Drive Thru for Tax)
  • ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk)
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)
  • ที่ทำการไปรษณีย์
  • ธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมโครงการกับกรมการขนส่งทางบก
  • เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th
  • แอปพลิเคชั่น DLTVehicleTax
  • แอปพลิเคชั่น mPay และ TrueMoneyWallet

ข้อมูล "ป้ายภาษีรถยนต์เพิ่มเติม"

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565

รุ่นพิเศษ Toyota Corolla CROSS 2022 ฉลอง 60 ปี เคาะราคา 1,244,000 บาท

 



  โตโยต้าเปิดตัว Toyota Corolla Cross 2022 รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ตกแต่งภายนอกด้วยสีขาวมุกหลังคาดำ พร้อม Wrap ภายนอกด้วยฟิล์มลามิเนตระดับพรีเมียมสีเทา Laminated Grey ประดับด้วยสัญลักษณ์รุ่น 60 ปีทั้งภายนอก-ภายใน เคาะราคาจำหน่าย 1,244,000 บาท

     ด้านความปลอดภัยถูกติดตั้งระบบ All-Speed Dynamic Radar Cruise Control, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM, ช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane Tracing Assist), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) และระบบแจ้งเตือนลมยาง (TPMS) เป็นต้น

     ขุมพลังของ Toyota Corolla Cross 2022 ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮบริดที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VVT-i ความจุ 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า สามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้

     ราคาจำหน่าย Toyota Corolla Cross 2022 รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี อยู่ที่ 1,224,000 บาท (จำกัดจำนวนรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ทุกรุ่นรวมกันทั้งสิ้น 6,000 คัน)

     Toyota Corolla Cross 2022 รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเอาใจคนรักรถและชื่นชอบในการครอบครองรถรุ่น Limited โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ Yaris, Corolla Altis, Corolla Cross และ Camry มาพร้อมตัวถังสีขาวหลังคาดำทุกคัน ทั้งยังเพิ่มทางเลือกด้วยกิจกรรม “Hunt Your Uniqueness” ด้วยการนำเสนอรถ Wrap สี Laminated Grey ด้วยฟิล์มลามิเนตคุณภาพระดับพรีเมียม มูลค่า 57,000 บาท ซึ่งมีเพียงโชว์รูมละ 1 คันเท่านั้น

     นอกจากนี้ ทุกคันจะได้รับกล่องกุญแจที่บรรจุประกาศนียบัตร, Apple Air Tag และพวงกุญแจรุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี ซึ่งถูกผลิตจำนวนจำกัดเฉพาะรุ่น 60 ปีเท่านั้น พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของ Toyota GR86 มูลค่า 2,949,000 บาท จำนวน 1 คัน

Toyota Corolla Cross หุ้ม Wrap สี Laminated Grey

     สำหรับ Toyota Corolla Cross รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ถูกตกแต่งภายนอกด้วยตัวถังสีขาวมุกหลังคาดำ, กระจกมองข้างสีดำเงา, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED สีเงิน, กระจังหน้าสีดำเงา พร้อมคิ้วกระจังโครเมียม, คิ้วตกแต่งฝาท้ายสีดำเงา, ล้ออัลลอยสีเทาขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่นพิเศษ 60 ปี และสัญลักษณ์รุ่น 60 ปีบริเวณด้านข้างตัวรถ ส่วนห้องโดยสารเพิ่มเติมด้วยวัสดุหุ้มเบาะดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง-เทา พร้อมสัญลักษณ์รุ่น 60 ปี และแผงประตูด้านข้างตกแต่งด้วยด้ายสีแดง

     ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ของ Toyota Corolla Cross รุ่น 60 ปี ประกอบด้วย เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว, ระบบ T-Connect, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา, กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, กล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมอง 3D View, ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Kick-activated และป้องกันการหนีบ เป็นต้น

ยางสปอร์ต VS ยางรถทั่วไป: เลือกแบบไหนดีที่สุดสำหรับรถของคุณ

ยางสปอร์ต (Sport Tires) คือ ยางรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้มีสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ที่เน้นความเร็วและการยึดเกาะถนนเป็นหลั...